ค้นหาข้อความ

ชีวประวัติ พระคุณเจ้าหลวงปู่ชอบ ฐานสโม

วัดป่าโคกมน บ.โคกมน ต.ผาน้อย อ.วังสะพุง จ.เลย

เขียนบันทึกโดย..ครูบากล้วย พระวีระศักดิ์ ธีรภัทโท ตอน “เปิดธรรมธาตุ”

ปีพุทธศักราช ๒๔๘๙ หลวงปู่ชอบท่านจะกลับมาอีสานเพื่อมาทำบุญแจกข้าวอุทิศให้กับ คุณแม่ชีปา แก้วสุวรรณ โยมมารดาผู้ให้กำเนิดองค์ท่านที่ถึงแก่กรรมเมื่อปีพุทธศักราช ๒๔๘๗ ตอนท่านอยู่บ้านหนองยวน แขวงเชียงตุง ประเทศพม่า ซึ่งปีนั้นเป็นปีที่ หลวงปู่ชอบ ฐานสโม ท่านเสียแม่โลกและแม่ธรรมไปในเวลาไล่เลี่ยกัน..

แม่โลกผู้ให้กำเนิดองค์ท่าน คุณแม่ชีปา แก้วสุสวรรณ ได้เสียไปก่อนหน้า ส่วนแม่เนรคุณธรรม จอมจักรพรรดิราชามหากิเลส ได้ตายสิ้นไปจากจิตใจขององค์ท่านในเวลาที่ห่างจากกันเพียงไม่กี่วัน..

หลวงปู่ขาว อนาลโย ท่านพักอยู่ที่ บ้านโหล่งขอด ตำบลน้ำแพร่ อำเภอพร้าว จังหวัดเชียงใหม่ ท่านทราบว่าหลวงปู่แหวนกับหลวงปู่ชอบเพื่อนสนิทมิตรธรรมของท่านพักอยู่ที่ บ้านน้ำริน อำเภอแม่ริม หลวงปู่ขาวท่านจึงเดินทางมาหาสหธรรมิกเพื่อนสนิทมิตรธรรมของท่านที่นี่.. หลวงปู่ขาวท่านมาชวนหลวงปู่ชอบกับหลวงปู่แหวนให้ลงมาอีสาน เพื่อมากราบเยี่ยมพ่อแม่ครูบาอาจารย์ องค์ท่านหลวงปู่มั่น ภูริทัตโต ที่สกลนครด้วยกัน..

เหตุการณ์ที่ครูบาอาจารย์ทั้งสามท่านพบกันในครั้งนี้ เป็นเหตุการณ์ที่ทรงคุณค่าควรแก่การจดจารึกไว้เป็นอย่างยิ่ง เป็นเหตุการณ์ที่ องค์ท่านหลวงปู่ชอบ ฐานสโม และ องค์ท่านหลวงปู่ขาว อนาลโย ได้เปิดภูมิธรรมของท่านทั้งสองออกมา โดยมี องค์ท่านหลวงปู่แหวน สุจิณโณ ร่วมรับทราบถึงภูมิธรรมที่ท่านทั้งสองเปิดใจให้กันฟัง

หลวงปู่ขาวท่านถามหลวงปู่ชอบว่า “อาจารย์ชอบไปเที่ยววิเวกทางเมืองพม่านั้นเป็นอย่างไรบ้าง ”

หลวงปู่ชอบท่านตอบหลวงปู่ขาวว่า “การภาวนาของผมอยู่เมืองพม่านั้นก้าวหน้าจนสุดหนทางที่ผมจะเดินต่อไปอีกแล้ว ทุกวันนี้ผมอยู่กับธรรมที่เป็นปัจจุบัน ไม่มีธรรมอันใดที่ผมจะสงสัยอีกต่อไป ไม่มีภาระภายในเรื่องใดที่ผมจะต้องทำอีกต่อไป ทุกอย่างผมได้วางภาระลงหมดแล้ว ไม่มีกิเลสอะไรเหลือให้ได้แบกหามอีกต่อไป ผมมีปัญญาเป็นของตนเองแล้ว การเกิดของผมยุติแล้วที่ชาตินี้”

หลวงปู่ขาวกับหลวงปู่แหวนเมื่อได้ฟังหลวงปู่ชอบท่านเปิด “ธรรมธาตุ” ภายในของท่านออกมา ท่านทั้งสองเข้าใจในความหมายทันที ท่านทั้งสองพากันอนุโมทนายินดีกับหลวงปู่ชอบที่ท่านก้าวข้าม “โอฆะสงสาร” ของกิเลสได้แล้ว..

หลวงปู่ขาวท่านจึงเปิด “ธรรมธาตุ” ภายในของท่านให้หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่แหวนฟังว่า

“พันธุ์เม็ดข้าวของผมนั้นสุกหมดแล้ว ไม่เหลือเชื้อเกิดที่จะนำมาเพาะปลูกเพื่อให้เกิดภพชาติได้อีกต่อไป แต่ก่อนนั้นผมกินแต่ข้าวสุขปนข้าวทุกข์ ทุกวันนี้ผมกินแต่ข้าวสุก(สุข) แต่เพียงอย่างเดียวเท่านั้น ”

หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวท่านเปิด “ธรรมธาตุ” ซึ่งเป็น “ ธาตุธรรมบริสุทธิ์ ” ที่ผู้พ้นจากกิเลสเท่านั้นถึงจะเข้าถึงได้ หลวงปู่แหวนท่านนั่งฟังหลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวเปิดใจให้ฟัง ท่านแสดงความยินดีอนุโมทนากับหมู่คณะทั้งสองของท่านที่พากันก้าวพ้นห้วงมหันต์ทุกข์ไปได้แล้ว ต่างองค์ต่างจบกิจเสร็จสิ้นภาระกันหมดแล้ว ตอนนั้นคงเหลือแต่ท่านที่ยังมีงานภายในอีก “สองก้าว ” ให้คอยสะสาง..

หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวท่านชวนหลวงปู่แหวนเที่ยววิเวกด้วยกัน แต่หลวงปู่แหวนท่านยังไม่อยากจะไปเที่ยววิเวกในตอนนี้ ท่านอยากอยู่ห้วยน้ำรินก่อน ถ้าออกจากห้วยน้ำรินท่านจะไปพักภาวนาอยู่ที่บ้านปง(วัดป่าอรัญวิเวก ตำบลอินทขีล อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่)..

หลวงปู่ชอบท่านชวนหลวงปู่แหวนให้กลับเมืองเลยด้วยกัน เพราะต่างองค์ต่างจากบ้านเกิดเมืองนอนมานานแล้ว สมควรที่จะต้องกลับมาโปรดญาติพี่น้องทางเมืองเลยบ้าง..

หลวงปู่แหวนท่านปฏิเสธที่จะกลับมาเมืองเลยกับหลวงปู่ชอบ ท่านบอกกับหลวงปู่ชอบว่า ตราบใดที่ผมยังบ่ได้เป็น “ พระอรหันต์ ” ผมจะบ่กลับมาเมืองเลย.. หลวงปู่ชอบกับหลวงปู่ขาวได้ยินคำพูดจากปากของหลวงปู่แหวนเช่นนี้ ท่านสองจึงไม่คะยั้นคะยอให้หลวงปู่แหวนท่านกลับมาเมืองเลยด้วยกัน..

ในเรื่องนี้หลวงปู่ชอบท่านกล่าวถึงหลวงปู่แหวนว่า “ตอนนั้นอาจารย์แหวนท่านเร่งความเพียรของท่าน เราชวนท่านกลับมาเมืองเลยด้วยกัน แต่ท่านปฏิเสธ เราจึงไม่เร่งเร้าอะไรท่าน อาจารย์แหวนท่านเป็นคนจิตใจเด็ดเดี่ยวกล้าหาญ ถ้าเอ่ยว่าไม่เอาแล้วใครจะมาเปลี่ยนใจท่านเป็นอย่างอื่นไม่ได้ พอมาอยู่บ้านปงท่านก็เร่งความเพียรของท่านอย่างสุดเหยียดจนเกือบตาย ผู้เฒ่าแหวนท่านมาบรรลุธรรมอยู่บ้านปงตอนท่านอายุ ๕๘ ปี ”