ปฏิบัติธรรมให้เห็นธรรม

  1. ธรรมครูอาจารย์
  2. นิทานอิงธรรมะ
  3. ธรรมะหลวงปู่ฤาษีลิงดำ
  4. บทสวดมนต์
next
prev

ค้นหาข้อความ

ด้วย เรื่องคำภาวนานี้อาตมาไม่จำกัดว่าต้องภาวนาว่าอย่างไร เพราะแต่ละคนมีอารมณ์ไม่เหมือนกัน บางท่านนิยมภาวนาด้วยถ้อยคำสั้น ๆ บางท่านนิยมใช้คำภาวนายาว ๆ ทั้งนี้ก็สุดแล้วแต่ท่านจะพอใจ อาตมาจะแนะนำคำภาวนาอย่างง่าย ๆ คือ "พุทโธ" คำภาวนาแบบนี้ง่าย สั้น เหมาะแก่ผู้ฝึกใหม่ มีอานุภาพและมีอานิสงส์มาก เพราะเป็นพระนามของพระพุทธเจ้า การนึกถึงชื่อของพระพุทธเจ้าเฉย ๆ พระพุทธเจ้าตรัสไว้ในเรื่อง มัฏฐกุณฑลีเทพบุตร ว่า คนที่นึกถึงชื่อท่านอย่างเดียว ตายไปเกิดเป็นเทวดา หรือนางฟ้าบนสวรรค์ ไม่ใช่นับร้อยนับพันพระองค์ตรัสว่านับเป็นโกฏิ ๆ
เมื่อภาวนาควบคู่กับรู้ลมหายใจจงทำดังนี้เวลาหายใจเข้านึกว่า "พุท" เวลาหายใจออกนึกว่า "โธ" ภาวนาควบคู่กับลมหายใจตามนี้เรื่อย ๆ ไปตามสบาย ถ้าอารมณ์ใจสบายก็ภาวนาเรื่อย ๆไป แต่ถ้าเกิดอารมณ์ใจหงุดหงิด หรือฟุ้งจนตั้งอารมณ์ไม่อยู่ก็จงเลิกเสีย จะเลิกเฉย ๆ หรือดูโทรทัศน์หรือฟังวิทยุหรือหาเพื่อนคุยให้อารมณ์สบายก็ได้ เพื่อเป็นการผ่อนคลายอารมณ์ อย่ากำหนดเวลาตายตัวว่าต้องนั่งให้ครบเวลาเท่านี้แล้วจึงจะเลิก ถ้ากำหนดอย่างนั้นเกิดอารมณ์ฟุ้งซ่านขึ้นมา จะเลิกก็เกรงว่าจะเสียสัจจะที่กำหนดไว้ ใจก็เพิ่มการฟุ้งซ่านมากขึ้น ถ้าเป็นเช่นนี้บ่อย ๆ ก็จะเกิดเป็นโรคประสาทหรือเป็นโรคบ้า ขอทุกท่านจงอย่าทนทำอย่างนั้น
หลวงพ่อ : “การได้รับส่วนกุศลนี่ ถ้าหากท่านมีโอกาสโมทนาท่านก็ได้รับ ถ้าท่านไม่มีโอกาสโมทนาก็ไม่ได้รับ เหมือนเราเอาสิ่งของไปให้แก่ผู้รับ เขาไม่รับ เขาจะได้ไหม ถ้าพวกเขาอยู่ในนรก ไฟไหม้ทั้งวัน ถูกสรรพาวุธสับฟันทั้งวัน ถ้าเราเอาขนมไปให้กิน เขากินได้ไหม”
ผู้ถาม : “ไม่ได้ค่ะ”
หลวงพ่อ : “อยู่ในแดนเปรต ๑๑ จำพวก ไม่ได้รับ แต่ถ้าเป็นพวกที่ ๑๒ คือ ปรทัตตูปชีวีเปรตพวกนี้มีโอกาสโมทนา”
ผู้ถาม : “แล้วผู้สร้างจะได้ไหมคะ…?”
หลวงพ่อ : “ไม่แน่ ถ้าสร้างดีก็ได้บุญ ถ้าสร้างไม่ดีก็ได้บาป”
ผู้ถาม : “เป็นไงคะ…?”
หลวงพ่อ : “คือก่อนจะทำบุญ ก็กินเหล้ากันก่อนพอพระไปก็กินเหล้ากันแล้ว ถ้าหากมีเจตนาบริสุทธิ์ ไม่มีบาป มีแต่บุญ ผู้สร้างได้ ๑๐๐ เปอร์เซ็นต์คือบุญนี่จะได้แก่ผู้สร้างก่อน แล้วผู้สร้างอุทิศส่วนกุศลให้ผู้อื่น ถ้าเขามีโอกาสโมทนาก็ได้รับ”
ตอบปัญหาธรรมโดยหลวงพ่อพระราชพรหมยาน
จาก: หนังสือ ทุกคนอยากรู้
อย่าตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศใต้หรือทิศตะวันตก ไอ้ผลนี่คือสตางค์จะเก็บไม่อยู่ ตรงนี้ไม่มีตำรา มีประสบการณ์
ประสบการณ์นี่ก็มีสมัยหลวงพ่อปานท่านยังอยู่ ถ้าลูกศิษย์ที่ใกล้ชิดมากหน่อยท่านก็จะแนะนำได้ พอท่านเห็นตั้งพระพุทธรูปหันหน้าไปทางทิศใต้ก็ดี ทิศตะวันตกก็ดี ท่านก็จะบอกให้หันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ครั้นมาสมัยลูกศิษย์ฉันคนหนึ่ง เป็นนายทหารอากาศ ตามปกติแกก็เป็นคนไม่กินเหล้าเมายา บุหรี่ก็ไม่สูบ แกเก็บเงินได้ดีมาก พอต่อมาเขาปลูกบ้านใหม่ฉันก็เข้าไปดู ก็จัดพระหันหน้าไปทางทิศตะวันออก
ก็ต่อมาอีก 2 ปี ฉันไปเยี่ยมแก แกเปลี่ยนห้องพระใหม่หันหน้าไปทางทิศตะวันตก ฉันเลยถามว่า "นี่หันหน้าไปทางทิศตะวันตกกี่เดือนแล้ว ?" แกบอก "3 เดือน" ฉันบอก "3 เดือนนี้สตางค์ไม่เหลือเลยใช่ไหม ?" แกบอก "ใช่" ฉันบอก "นี่หันหน้าพระไปทางทิศตะวันตกหรือทิศใต้ไม่ได้" เลยหันไปถามเมียบอก "เฮ้ย ! จริงเว้ย 3 เดือน บ้านมึงกินกันสตางค์ไม่เหลือจริง ๆ โว้ย"
..."แล้วบางคนก็บอกไม่ควรตั้งพระพุทธรูปในห้องนอน" ฉันว่าควรอย่างยิ่ง เราจะได้มองเห็น ตาเรามองเห็นแล้วกัน ถ้าพุทธรูปนี้ถ้าเรามองเห็นนี่เป็นบุญ จิตมันจะชินในการเห็นภาพ การเห็นภาพพระจิตเป็นกุศลใช่ไหม ถ้าหากว่าห้องมันแคบเกินไป ตั้งแล้วเรานอนไม่ได้อย่างนี้อย่าตั้ง
เขาถือตำรา ไม่ทราบเขาถือตำราอะไร ถ้าเราเห็นภาพพระอยู่ จิตเราเลื่อมใสใช่ไหม มันเป็นมงคลอย่างหนึ่ง
ถ้าเห็นภาพพระพุทธรูปเข้า เรานึกถึงพระพุทธรูปเป็น "พุทธานุสสติกรรมฐาน" เรานึกถึงภาพเห็นภาพธรรมดา คือติดตาติดใจ ถ้าเวลาเราจะตายนึกถึงภาพนั้นขึ้นมา เราก็ไปสวรรค์...นี่ดีนะ
พระราชพรหมยาน,ธัมมวิโมกข์,(2547)290,22
ยกทรง : เอ๊ะ ที่ในหนังสือ ไทยไม่มีวันสิ้นชาติ ที่บอกว่าสมเด็จพระสัมมสัมพุทธเจ้าเสด็จมาที่ทางเหนือ ที่พระธาตุจอมกิตติ ทรงพยากรณ์ว่าเมืองแห่งนี้จะเจริญรุ่งเรือง จะรับพระพุทธศาสนาได้ 5,000 ปี
หลวงพ่อ : ใช่
ยกทรง : อ่านหนังสือแล้วมีคนเขาถามว่า ใครไปฟังพระพุทธเจ้ามา
หลวงพ่อ : ฉันฟังเอง
ยกทรง : หลวงพ่อฟังหรือครับ
หลวงพ่อ : ใช่ ไม่เชื่อไปถามพระพุทธเจ้าดู(หัวเราะ) ไม่เชื่อไปถามพระพุทธเจ้าดู ถ้าหาพระพุทธเจ้าไม่พบ ถามพระพุทธรูปก็ได้ ถ้าพระพุทธรูปไม่ปฏิเสธ แสดงว่าฉันพูดไม่ตรง ตำนานท่านเขียนไว้อย่างนั้น ในเวลานั้นเป็นป่า ยังไม่มีบ้านเมือง แล้วต่อมาต้องมีนามว่า โยนกนคร ใช่ ไหม แล้วต่อมามีเมืองชื่อ โยนกนครจริง สมัยก่อนเขารุ่งเรืองมากนะ ดูทองคำเขาเหลือใช้จนกระทั่งเอาไปทำพระพุทธรูปบ้าง ปิดเจดีย์บ้าง ตั้งแต่คอระฆังเจดีย์ขึ้น คอระฆังเจดีย์นี่เป็นทองคำ 80 เปอร์เซ็นต์ พอยอดละ 100 เปอร์เซ็นต์ เห็นไหม เขารุ่งเรืองไหม
ยกทรง : เสียดายเกิดไม่ทันน่ะครับ
หลวงพ่อ : เดี๊ยวนี้ก็ยังทันอยู่ อย่าง พระธาตุหริภุญชัย น่ะ
ยกทรง : มีทองหรือครับ
หลวงพ่อ : คอระฆังน่ะทองแท้ 80 เปอร์เซ็นต์ ยอดกลมๆ 100 เปอร์เซ็นต์ ว่างๆไปซี
ยกทรง : พระยายมราช ท่านเขียนจดบัญชี
หลวงพ่อ : พระยายมราช อย่ากลัวท่านเลย กลัวลูกปืนคนเฝ้าดีกว่า(หัวเราะ) ความจริงไม่ต้องใชปืนก็ได้ ไต่แบบนั้น ก้อนอิฐก็พอ ขว้างเฉียดๆ หล่นลงมาตายเอง
ยกทรง : เอ๊ะ พระเกศาที่ทรงอธิษฐานไว้ ยังอยู่หรือกลับไปอินเดียแล้ว
หลวงพ่อ : ยังอยู่ ว่างๆไปขุดซิ จะกลับไปทำไมอินเดีย อินเดียน่ะ เขาไม่ได้นับถือพระพุทธศาสนา อย่าลืมว่าพระพุทธเจ้าทรงอุบัติขึ้นในอินเดียใช่ไหม แล้วเวลานี้พระศาสนามั่นคงที่ไหน
ยกทรง : ประเทศไทยครับ
หลวงพ่อ : ใช่ เพราะฉะนั้น จึงทรงพยากรณ์ไว้ที่นี่ เพราะทรงรู้เป็นสัพพัญญูวิสัย รู้ว่าต่อไปจะอย่างไรใช่ไหม แล้วก็พระพุทธเจ้า ถ้าเราสันนิษฐานกันจริงๆ ก็ไม่ใช่ลูกแขก
ยกทรง : หลวงพ่อพูดอย่างนี้ เดี๊ยวต้องไปเถียงกับหนังสือพุทธประวัติบ้าง ไอ้โน่น ไอ้นี่บ้าง
หลวงพ่อ : เถียงกับหนังสือคุณก็แพ้ หนังสือนอนเฉยๆ คุณพูดไปๆ คุณก็แพ้ เพราะคุณเหนื่อย อันนั้นเราจะไปโทษท่านไม่ได้ ท่านก็เขียนมาตามสภาวะ เมื่อเกิดขึ้นในอินเดียก็นึกว่าต้องเป็นแขกเสมอไป อย่างประเทศไทย ที่คนอินเดียเข้ามามากๆ มีไทยเผ่าเดียวหรือมีเผ่าอื่นบ้างใช่ไหม แล้วประเทศแขกนี่ เขาโตกว่าเราเท่าไหร่ ของเราเท่ากับรัฐๆหนึ่งของเขาเท่านั้นแหละ อาจจะเล็กกว่าบางรัฐก็ได้ ใช่ไหม พื้นที่เขากว้างกว่าเราตั้งเท่าไหร่ มีตั้งหลายสิบเผ่า เผ่าที่มีความสำคัญที่คิดว่าจะเกี่ยวข้องกันได้คือ ชาวไทยอาหม กับ ชาวไทยมะลิวัลย์ รู้จักไทยมะลิวัลย์ไหม
ยกทรง : ไม่รู้จักครับ
หลวงพ่อ : ฉันนี่
ยกทรง : เอ๊ะ อย่างไรครับ
หลวงพ่อ : ไทยมะลิวัลย์ ไทยอาหมกับไทยมะลิวัลย์ มีเผ่าพันธุ์อยู่ในอินเดีย ปัจจุบันยังมีอยู่ แล้วเรื่องที่น่าพิสูจน์จริงๆ พระพุทธเจ้าอุบัติขึ้นแล้วในโลก ชาวอินเดียไม่นิยมไม่ค่อยนับถือ ทั้งที่พระพุทธศาสนายืนยันความจริงมากกว่า แต่ชาวอินเดียชอบเชนมากกว่า ศาสนาเชนอเจลก เห็นไหม อเจลกเขามีอำนาจมาตั้งแต่ก่อนมีพระพุทธเจ้า สมัยพระพุทธเจ้าเขายังมีอำนาจอยู่ เวลานี้เขายังมีอิทธิพลอยู่
ทีนี้เราต้องไปฟังเรื่องตำนานที่ท่านเขียนไว้ที่อื่น นอกจาก พระไตรปิฏก เรื่อง ท่านโกมารภัจ เป็นหมอประจำพระองค์ ความจริงหนังสือนั่นเขียนยาวไปนิด ว่าลาพระพุทธเจ้ามาทวาราวดี 12 ปี ความจริงไมใช่ ต้อง 2 ปี ถ้าถึง 12 ปีมันก็มากเกินไปแล้ว นานๆเข้า ออกกิ่ง ออกก้านนะ ลามาประมาณ 2 ปี หรืออาจจะไม่ถึง 2 ปี ก็ได้ เพราะท่านห่วงมาก ใช่ไหม กลับไปก็ไปคุยกับพระพุทธเจ้าว่า ชาวทวาราวดีใช้ภาษาโดด ออกเสียงเป็นคำๆ อย่างแทนที่กินของเราก็ "กิน" เขา "ภุญชติ" ใช่ไหม อย่างไปของเรา "ไป" ของเขา "คันตวา" ต่างกัน ทางทวาราวดีเขาใช้ภาษาโดดแล้วพูดไพเราะมาก
พระพุทธเจ้าทรงถามว่าทางทวาราวดีเขาพูดอย่างไร ลองพูดให้ฟังซิ ท่านก็พูดภาษาทวาราวดี พระพุทธเจ้าก็คุยด้วยภาษาทวาราวดี คุยไปคุยมาพักใหญ่ สนุกสนาน ท่านโกมารภัจ นึกขึ้นได้ เอ๊ะ พระพุทธเจ้ารู้ภาษาทวาราวดีได้อย่างไร หรือรู้ด้วยปฏิสัมภิทาญาณ เพราะปฏิสัมภิทาญาณ รู้ทุกภาษาใช่ไหม ก็เลยถามพระพุทธเจ้าว่าพระองค์ทรงรู้ภาษาทวาราวดีเพราะอะไร พระพุทธเจ้าบอกว่าชาวกรุงกบิลพัสดุ์ทั้งหมดใช้ภาษานี้เป็นภาษาพื้นเมือง
ยกทรง : โอ้
หลวงพ่อ : ทำตาโต
ยกทรง : ไม่เคยนึกเคยฝัน
หลวงพ่อ : จะไปนึกได้อย่างไร ถ้าไปนึกก็ไม่ได้ฝัน ถ้าไปฝันก็ลืมนึก นี้เป็นอันว่าพระพุทธเจ้าต้องเป็นลูกชาวไทยอาหม ทีนี้เราไปดูในพุทธประวัติชาวกรุงกบิลพัสดุ์ นี่ถือศักดิ์ศรีมาก ไม่ยอมแต่งงานกับคนเผ่าอื่น ใช่ไหม
ยกทรง : ครับ
หลวงพ่อ : แล้วนี่บังน่ะจะเจี๊ยะไม่ไหวนะ ไอ้ไทยน่ะผสมยากจริงๆ
ยกทรง : กลิ่นตัวแรง
หลวงพ่อ : แกแข็งแรงทั้งร่างกายและกลิ่นด้วย (หัวเราะ)
ยกทรง : เดินเข้าใกล้อุดจมูกเลย
หลวงพ่อ : สันนิษฐานดูว่าจะเป็นอย่างนั้นได้ ใช่ไหม เป็นอันว่าประวัติที่เขียนมาใกล้ความจริงมาก คือหนึ่งเราอ่านหนังสือมา เรารู้สึกรังเกียจชาวกรุงกบิลพัสดุ์ว่าทำไมถือตัวมากเกินไป ไม่ยอมแต่งงานกับคนเผ่าอื่นก็เกินพอดี คิดว่าถ้าเป็นลูกชาวไทยอาหมต้องเป็นไปได้แน่เพราะว่าความเจริญต่างกัน วัฒนธรรมต่างกัน กลิ่นก็ต่างกัน อันนี้เป็นเรื่องจริงๆนะ เป็นไปได้เลย มาดูคนไทยกับแขก คนไทยเรานี่นับถือพระพุทธศาสนามากกว่าเยอะ พลเมืองแขกนี่ต้องคิดว่าแขกที่มาไหว้พระพุทธศาสนาที่พุทธคยาน่ะ เป็นแขกพุทธหรือแขกฮินดู ฮินดูเขาเขียนตำราขึ้นมาว่า พระพุทธเจ้าเราเป็นองค์หนึ่งของพระนารายณ์
ยกทรง : โอ้โฮ
หลวงพ่อ : อวตารลงมา หรืออวส้มลงมาก็ไม่รู้ ถ้าอวตาลมาก็หวานหน่อย อวส้มลงมา ก็เปรี้ยวหน่อย
ยกทรง : คัมภีร์นี่เข้าท่า ตอนไปอินเดีย ไปที่มหาวิทยาลัยนาลันทา มีคนชาวเนปาลเขามาเรียน ไปถามเขาเขาพูดภาษาไทยได้ ผมยังแปลกใจว่าเขารู้ได้อย่างไร
หลวงพ่อ : อ๋อ เนปาลเหรอ เนปาลนี่ไม่สงสัยแล้ว ตอนไปอินเดีย ท่านฑูตบอกว่าน่าจะไปเนปาล ร้อนจัดๆ ฉันก็ขี้เกียจใช่ไหม ขอดูแผนที่เนปาลซิ เขาชี้ให้ดู บอกไอ้นี่เมืองไทยเก่าใช่ไหม คนที่นั่งอยู่บอกว่าใช่ เนปาลน่ะไทยเก่า
ยกทรง : มิน่าเล่า พูดภาษาไทยว่าเป็นต่อยหอยเลย
หลวงพ่อ : ดีนะไม่ไปนินทาเขา แหมไอ้พวกนี้มันสกปรกจริงๆ เขาหันมาตบเลย บอกไอ้บ้า อายเลย
(จากสนทนาสายลมในหนังสือรวมคำสอนธรรมปฏิบัติ เล่ม 15 หน้า 470)