ปฏิบัติธรรมให้เห็นธรรม

  1. ธรรมครูอาจารย์
  2. นิทานอิงธรรมะ
  3. ธรรมะหลวงปู่ฤาษีลิงดำ
  4. บทสวดมนต์
next
prev

ค้นหาข้อความ

》"นรกมีนะ นรกมีอยู่แล้วตั้งแต่ดั้งเดิม ไม่ว่าตำรวจ ไม่ว่าทหาร ไม่ว่าเจ้านาย ไม่ว่าราษฎร ไม่ว่าใคร ถ้าทำผิดแล้วตกนรกได้ทั้งนั้น นรกไม่ได้ลำเอียงใครนะ เผาได้ทั้งนั้นเหมือนไฟ เอ้า เข้าไปซีไฟ ใครจะว่านี้ตำรวจ นี้ทหาร นี้ข้าราชการ แล้วเข้าไปว่าไฟไม่ร้อนมีไหม ไหม้แหลกหมดนั่นแหละ ไฟไม่ลำเอียงนะ อันนี้ก็เหมือนกัน เราอย่าเข้าใจว่านรกมันกลัวคนชั่วนะ นรกชอบเผาที่สุดก็คือเผาคนชั่ว คนดีไม่ได้เผาแหละ เพราะคนดีไม่ได้ไปตกนรกนี่นะ"《

***ขออนุโมทนา ขอขอบคุณและขออนุญาตเผยแผ่เป็นธรรมทานแก่ผ้ที่มีความศรัทธา ข้อความข้างบนนี้เป็นโอวาทธรรมส่วนหนึ่ง จากหนังสือ "หลวงตาสอนเด็ก" โดย ท่านอาจารย์พระมหาบัว ญาณสัมปันโน วัดป่าบ้านตาด จ.อุดรธานี หน้า ๔๒ - ๔๓ สาธุๆๆ**

》เมื่อเดือน ๓ ข้างขึ้น ๑๔ ค่ำ ปี ๒๔๗๙ ท่านได้ออกจากวัดป่าศรัทธารวม ไปตามพระอาจารย์มั่นที่เชียงใหม่ เพราะเวลาที่จากกัน ท่านคิดถึงพระอาจารย์มั่นอยู่ตลอดเวลา ในการไปตามหาพระอาจารย์มั่นครั้งนี้ พระอาจารย์อ่อน ได้เดินทางร่วมไปด้วย
เมื่อลงรถไฟที่สถานีเชียงใหม่แล้ว ทั้งสองท่านได้เดินต่อไปที่วัดเจดีย์หลวง นับว่าน่าอัศจรรย์เป็นอันมาก ไม่ทราบว่าท่านอาจารย์มั่นหยั่งรู้ได้อย่างไร จึงมาคอยท่านอยู่ก่อนแล้ว
พระอาจารย์มั่น ได้บอกกับท่านทั้งสองว่า พระเณรมาหาเป็นร้อย ๆ ยังไม่ดีใจเท่าที่ท่านมาเพียงสององค์ มีพระเณรมาหากันมากแต่ไม่พบ เพราะท่านเทียวธุดงค์ปฏิบัติกัมมัฎฐานไปเรื่อย ๆ 
เมื่อเข้าสู่ที่พักซึ่งพระอาจารย์มั่นกำหนดให้แล้ว ทั้งสองท่านได้ถวายการปฏิบัติต่อพระอาจารย์มั่น สักพักใหญ่ พระอาจารย์มั่นก็ลุกขึ้นมาเทศนาให้ฟัง ตอนหนึ่งท่านบอกด้วยว่า พระอาจารย์อ่อน และพระอาจารย์ฝั้น เป็นพระเจ้าชู้ พระอาจารย์ทั้งสองได้ฟังก็งุนงงและบังเกิดความตกใจ แต่เมื่อพิจารณาตัวเองดูแล้ว ก็ประจักษ์ว่าจริงอย่างที่ท่านบอก เพราะผ้าสบงจีวรเปลี่ยนไปเป็นสีเหลือง ไม่ใช่สีกลัก มิหนำซ้ำฝาบาตรที่พระอาจารย์ฝั้นใช้อยู่ยังประดับมุกอีกด้วย
คืนนั้น พระอาจารย์ทั้งสองนั่งสมาธิทำความเพียรจนสว่าง《

พยสนสูตร

[๒๑๓] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลาย ติเตียนพระ
อริยเจ้า ข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ที่ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๑ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่ง ความฉิบหาย ๑๑ อย่างเป็นไฉน คือ

ไม่บรรลุธรรมที่ยังไม่ได้บรรลุ ๑

เสื่อมจากธรรมที่บรรลุแล้ว ๑

สัทธรรมของภิกษุนั้นย่อมไม่ผ่องแผ้ว ๑

เป็นผู้เข้าใจว่าได้บรรลุในสัทธรรม ๑

เป็นผู้ไม่ยินดีประพฤติพรหมจรรย์ ๑

ต้องอาบัติเศร้าหมองอย่างใดอย่างหนึ่ง ๑

บอกลาสิกขาเวียนมาเพื่อหินภาพ ๑

ถูกต้องโรคอย่างหนัก ๑

ย่อมถึงความเป็นบ้า คือ ความฟุ้งซ่านแห่งจิต ๑

เป็นผู้หลงใหลทำกาละ ๑

เมื่อตายไป ย่อมเข้าถึงอบาย ทุคติ
วินิบาต นรก ๑

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ภิกษุใดด่าบริภาษเพื่อนพรหมจรรย์ทั้งหลายติเตียนพระอริยเจ้า ข้อนี้มิใช่ฐานะ มิใช่โอกาส ที่ภิกษุนั้นจะไม่พึงถึงความฉิบหาย ๑๑ อย่าง อย่างใดอย่างหนึ่งนี้ ฯ

บุตรที่เกิดพระธรรมความดีของพระพุทธเจ้า ท่านเป็นนักปฏิบัติ ท่านปฏิบัติทุกอย่าง ปฏิบัติกาย วาจา ใจ เราปฏิบัติอารมณ์โลกของเรานี่ให้บริสุทธิ์ ให้ใจของเราบริสุทธิ์ เพราะอารมณ์โลกนี่ละมันเจือปนอยู่ในนั้น มันเลยด่างๆพร้อยๆ

...คนเรามาต่างกัน เหมือนกับต้นไม้ในป่าในดงคนละอย่างคนละชนิดมาอยู่ในโลกนี้ พระพุทธเจ้าว่า นานาจิตตัง นานาชนิด คนละชนิด ไม่เหมือนกันผลไม้ที่เกิดบนต้นไม้มันจะแก่ไม่พร้อมกัน แก่ก่อนแก่หลัง ไม่เหมือนกัน เหมือนสังขารร่างกายของเรามันก็เป็นอย่างนั้น เราเอามาพิจารณาเรื่องกายของเรา กายของเราของดีอยู่นี่หมดหลายอย่าง แต่เราไม่ได้คิดไม่ได้นึกมัน ไม่รู้ว่าจะเอาอะไรไปยึดมัน

...เหมือนแผ่นดินของดีมีเยอะแยะเลย มีธาตุหลายอย่างพระพุทธเจ้าว่าโคตรรูป รูปใหญ่ ไปไปไกล เราจึงเอามาพิจารณาเหมือนกับเขาเอาแร่ธาตุมาใช้นี่ละ เขามีความรู้ความฉลาดเขาก็เอาแร่ธาตุในดินมาใช้เป็นประโยชน์กับเขา เป็นทองคำ เป็นอะไรต่างๆเยอะแยะเลย แต่ต้องรู้จักวิธีใช้นะ นี่ก็เหมือนกันใจของเรา กายของเราทรัพยากรมีหลายอย่างแล้วไม่เอามาใช้กัน

...พระพุทธเจ้าครูอาจารย์ท่านสอนธรรมให้เราทุกวันนี้นะ นานไปก็ลืมไป ก็เสื่อมไปเพราะเราเป็นปุถุชน ผู้หนาด้วยกิเลส ธรรมมันอยู่ไม่ได้ อยู่ยาก เหมือคนดีมันไปอยู่กับคนชั่วมันอยู่ไม่ได้ต้องจากกัน จะมาอยู่ที่สกปรกไม่ได้ ต้องอยู่ในที่สะอาด เราจะเอาบางอย่างมาคิดรักษาใจของเรา เอาความคิดของเราบางอย่าง บริกรรมบางอย่างให้มีคุณภาพขึ้น พุทโธ ธัมโม สังโฆ หรือศีลธรรมอะไรต่างๆที่เราได้ศึกษาเรียนมา เอามาพิจารณาของเหล่านั้นมันมีของดีมาก

โอวาทคำสอนหลวงปู่อุดม ญาณรโต วัดป่าสถิตย์ธรรมวนาราม บ.หนองผักแว่น ต.ศรีชมภู อ. พรเจริญ จ.บึงกาฬ

คัดลอกจากหนังสือประวัติ "ญาณนโต นุสรณ์"