ปฏิบัติธรรมให้เห็นธรรม

  1. ธรรมครูอาจารย์
  2. นิทานอิงธรรมะ
  3. ธรรมะหลวงปู่ฤาษีลิงดำ
  4. บทสวดมนต์
next
prev

ค้นหาข้อความ

หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ท่านได้อยู่จำพรรษาที่ป่าช้า อ.บ้านไผ่ ได้หนึ่งพรรษา พอออกพรรษาแล้ว ก็พอดีท่านพระอาจารย์สิงห์ ขันตยาคโม ท่านได้บอกสั่งพระมาว่า
“ให้ท่านอ่อนไปช่วยเผยแผ่ธรรมกับท่านมหาปิ่น ปัญญาพโล ที่ อ.พลับ จ.ขอนแก่น”
เมื่อหลวงปู่อ่อนได้รับทราบแล้ว ท่านได้ออกเดินธุดงค์ โดยให้พระสงฆ์ที่เป็นหมู่คณะอยู่สอนธรรมแก่ชาวบ้านไปก่อน ส่วนตัวท่านต้องออกธุดงค์ไปช่วยท่านพระอาจารย์มหาปิ่นตามคำสั่งของท่านพระอาจารย์สิงห์ทันที
พ.ศ. ๒๔๗๑ ไปจำพรรษาที่วัดป่าตำบลสาวัตถี อ.พลับ จ.ขอนแก่น
พ.ศ. ๒๔๗๒ ไปจำพรรษาที่วัดป่าตำบลสาวัตถี เช่นเดียวกัน
ในปี พ.ศ. ๒๔๗๓ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้เดินธุดงค์มาพบกับท่านพระอาจารย์มหาปิ่น ปัญญาพโล ที่ อ.พลับ จ.ขอนแก่น โดยท่านได้มาพำนักอยู่ที่วัดป่าบ้านพระ
ณ แห่งนี้ หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้ทำการอบรมสั่งสอนชาวบ้านให้เข้าถึงพระรัตนตรัย ท่านได้แสดงธรรมปฏิบัติ ตลอดจนการชี้เหตุผลสิ่งที่ควรและไม่ควรแก่ชาวบ้าน ประกอบกับปฏิปทาอันงดงาม เป็นแบบอย่างให้แก่ชาวบ้าน จนมีชาวบ้านมีความศรัทธาเลื่อมไสเป็นอันมาก
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ท่านเป็นศิษย์สายพระกรรมฐาน หรือที่เราเรียกว่า “พระป่า” ก็จริงอยู่ จะมีใครเถียงก็หาไม่ แต่บรรดาพระป่าทั้งหลาย ท่านมีปฏิปทาที่เปรียบเหมือนประดับยศ หรือเหรียญเชิดชูเกียรติของนักปฏิบัติและผู้สนใจหันมาประพฤติปฏิบัติกรรมฐาน
ปฏิปทาแสดงถึงความงดงามสง่าสมกับจิตใจของนักไขว่คว้าธรรม เพราะปฏิปทาเป็นผลมาจากจริตนิสัยของผู้หนักแน่นในทางปฏิบัติธรรม
ดังนั้น หลวงปู่อ่อนจึงเป็นแบบอย่างให้กับชาวบ้าน อ.พลับ แห่งนี้เป็นอย่างดี ชาวบ้านโดยทั่วไปในละแวกใกล้เคียง ต่างได้พากันหลั่งไหลมาฟังธรรมกันมากตลอดทุกวัน
• โจรไพรใจโหด •
เมื่อนิมิตหมายอันดีงามสว่างไสวขึ้น ประชาชนต่างก็มากันมากหน้าหลายตาด้วยกัน คนดีมีมากคนชั่วก็ย่อมปะปนอยู่ด้วยเช่นกัน ณ บริเวณป่าบ้านพระแห่งนี้มีโจรไพรใจโหดอยู่คนหนึ่ง โจรคนนี้ได้หลบหนีเจ้าหน้าที่บ้านเมืองมาอาศัยหลบซ่อนตัวอยู่ เขาคอยสังเกตดูคนมากหน้าหลายตาที่หลั่งไหลเข้านมัสการหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ และเป็นพระที่ชาวบ้านเคารพนับถือมาก เมื่อมีผู้คนมากันมากๆ เช่นนี้จอมโจรใจเหี้ยมก็คิดว่า อย่างไรเสียหลวงปู่อ่อนคงจะมีเงินทองมาก เพราะพวกชาวบ้านต้องมาทำบุญกับท่าน
จอมโจรใจโหดคิดได้ดังนี้ ก็ได้เตรียมอาวุธคิดจะทำร้ายท่าน จอมโจรไปดักซุ่มคอยจะทำร้ายหลวงปู่อ่อนที่กุฏิ ในคืนหนึ่ง จอมโจรคอยสังเกตเห็นว่าท่านหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ จะต้องลงมาจากกุฏิ แล้วท่านก็มานั่งหลับตาอยู่เพียงลำพัง หรือมิเช่นนั้น หลวงปู่อ่อนจะต้องลงมาเดินไปมา ก้มหน้าลงดินเหมือนกับว่า กำลังมองหาสิ่งของตกหายอย่างนั้นแหละ
โจรใจโหดคนนี้หารู้ไม่ว่า นั่นพระธุดงคกรรมฐาน กำลังเร่งความเพียรภาวนา และเดินจงกรมเพื่อกำหนดสติสู่ทางบรรลุธรรม มันไม่ได้สนใจอะไรทั้งสิ้น มันรู้เพียงอย่างเดียวว่า “ต้องการสมบัติจากพระ ต้องการเงินทองจากพระ”
มันจึงย่องขึ้นไปบนกุฏิเพราะความอดรนทนไม่ไหว เมื่อย่องขึ้นไปสายตาก็พบกับห้องว่างเปล่า มีเพียงกลดกางอยู่อย่างเดียว โจรก็เข้าใจว่า หลวงปู่อ่อนคงจะซ่อนทรัพย์สมบัติไว้ในกลด จึงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้กลด
• หัวกะโหลกผี •
จอมโจรกระหยิ่มใจมาก คิดในใจว่า คราวนี้คงจะต้องรวยแน่ๆ สมบัติคงจะมากมาย
พระสงฆ์องค์เจ้าจะไปใช้อะไรมาก เงินทอง อาหารเหลือเฟือ ชาวบ้านนำมาถวายทุกวัน เงินทองไม่จำเป็นต้องใช้อะไร เราจะเอาไปให้หมด คิดได้ดังนั้นแล้ว จอมโจรก็จับชายมุ้งกลดค่อยๆ เลิกกลดขึ้น
ทันใดนั้น ความตระหนกตกใจเข้ามาแทนที่ ส่วนความกระหยิ่มย่ามใจพลันหายไปสิ้น จอมโจรตกใจสุดขีด ตัวชาไปหมด เพราะสิ่งที่กลิ้งออกมาจากกลดนั้น เป็นหัวกะโหลกผี ! จอมโจรเห็นอย่างชัดเจนว่า...กะโหลกผีแน่นอน อย่างอื่นไม่เห็นมีอะไรอีกเลย ทำไมจึงต้องเป็นเช่นนั้น
จอมโจรใจชั่ว...ถอยออกมาทั้งโกรธ ทั้งตกใจ ระคนกัน ตกใจก็เพราะหัวกะโหลกที่กลิ้งออกมา ที่โกรธนั้นก็เพราะผิดหวังอย่างแรง เมื่อสมบัติที่คิดว่ามีมากมาย กลับว่างเปล่าเสียได้
• เอ๊ะ...อะไรกันนี่ •
จอมโจรจึงลงมาดักรออยู่หน้ากุฏิของท่านอีกครั้ง ในใจของมันก็ยังเข้าใจว่าหลวงปู่อ่อนไม่อยู่ในกลด ไม่อยู่บนกุฏิ ก็ต้องเข้าหมู่บ้านไปแสดงธรรมแน่ๆ
ความมานะพยายามที่จะทำร้ายพระสงฆ์องค์เจ้าของคนจิตใจบอดมิดเช่นมันยังดำเนินไปเรื่อยๆ แทนที่จะเกรงกลัว เพราะกะโหลกมาเตือนในการกระทำของมัน ก็หาได้สำนึกไม่
มันนั่งรอตั้งแต่หัวค่ำ จนดึกดื่นใกล้จะสว่างเสียให้ได้
ทันทีนั้น...มันก็เห็นหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ห่มผ้าเป็นปริมณฑลกำลังเดินลงมาจากกุฏิ
“เอ๊ะ...อะไรกันนี่...ก็เรานั่งเฝ้าท่านอยู่ตั้งแต่หัวค่ำจนใกล้รุ่งแล้วและที่บนกุฏิท่านก็ไม่อยู่ จู่ๆ ท่านกลับเดินลงมายังลานข้างล่าง น่าแปลกใจเหลือเกิน แต่ความอยากได้ความโลภยังมีอยู่”
• ยกอาวุธทีไร ร่างหายทุกที •
ฝ่ายทางหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ท่านก็รู้การมาของโจรใจชั่วคนนี้ เพราะท่านมิได้ไปไหน ก็ท่านนั่งภาวนาอยู่ในกลดนั่นเอง ก็เพื่อเปลี่ยนอิริยาบถ เดินจงกรมไปตามปกติของท่าน ท่านมิได้สนใจกับโจรเลยแม้แต่น้อย ท่านเดินจงกรมไปจนสุดทาง แล้วก็เดินกลับมาอยู่อย่างนั้น
จอมโจรไม่เข้าใจการกระทำของหลวงปู่ท่าน เพราะเห็นท่านเดินไปเดินมาอยู่เช่นนั้น มันจึงค่อยๆ ย่องเข้าไปใกล้ๆ ท่าน พอท่านหันหลังเดินกลับไปทางเก่า มันก็ยกอาวุธขึ้นที่จะทำร้าย เป็นที่น่าอัศจรรย์ แสดงปาฏิหาริย์ ร่างของหลวงปู่อ่อนค่อยเลือนลางหายไป
จอมโจรก็พยายามที่จะทำร้ายท่านหลายครั้งหลายหน ครั้นพอเห็นร่างของท่าน จอมโจรชั่วก็เงื้ออาวุธจะทำร้าย ร่างก็เลือนหายไปๆ เป็นอยู่อย่างนี้
จนที่สุดจอมโจรร้ายเหน็ดเหนื่อย เพราะเวียนตามที่จะฆ่าท่านหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ หลายเที่ยว จึงทรุดกายลงนั่งอย่างอ่อนกำลังเต็มทน
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ได้ใช้อำนาจอภิญญาอันเร้นลับภายในของท่านเพื่อทรมานโจรร้ายคนนี้
• อาตมารวยธรรมะ •
ท่านบังคับจิตใจของจอมโจรร้ายให้อ่อนลงจนพอควรแล้ว หลวงปู่อ่อนจึงได้เรียกชื่อยู่องโจรร้ายอย่างถูกต้องและให้เข้าไปหาท่าน
ประโยคแรกที่ท่านเรียก จอมโจรต้องตกใจตัวสั่นหันไปทางเสียงบนกุฏิ มันค่อยๆ คลานไปหาอย่างคนที่จิตใจเลื่อนลอย พอไปถึงหลวงปู่อ่อนท่านพูดขึ้นว่า “อาตมานั้น เป็นคนรวยจริง แต่รวยธรรมะ ส่วนทรัพย์สมบัตินั้น อาตมาไม่มีหรอก สมบัติของอาตมาก็มีผ้าที่ครองอยู่ คือ ผ้า ๓ ผืน กับนี่ บาตรลูกเดียวเท่านั้น”
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ พูดจบก็หยิบบาตรส่งให้จอมโจรดู
จอมโจรใจหายวาบ เพราะครั้งแรกตนเองเห็นอย่างชัดแจ้งว่าเป็นกะโหลกผี
• ดีกว่าสมบัติอื่นใด •
จอมโจรผู้มีชนักติดตัวคนนั้น มองดูบาตรที่อยู่ในมือ ของหลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ด้วยหัวใจเลื่อนลอย พยายามทบทวนการกระทำของตนอยู่พักหนึ่ง ก็บังเกิดความละอายใจที่ตนคิดร้ายก่อกรรมทำชั่วไว้ในครั้งนี้
จอมโจรสำนึกผิดกลับจิตใจด้วยการ ก้มลงกราบแทบเท้าสารภาพความผิดแก่หลวงปู่อ่อน และได้ให้สัจจะกับหลวงปู่อ่อนว่า “ท่านพระอาจารย์ครับ กระผมเป็นคนบาปที่คิดไม่ดีกับพระอาจารย์ บัดนี้ตาสว่าง ใจสว่างได้แล้ว กระผมจะขอให้สัจจะ ณ บัดนี้ว่า กระผมจะขอเลิกจากการเป็นโจรคนพาล จะขอกลับตนเป็นคนดีหากินอย่างสุจริต ไม่ขอก่อกรรมอีกต่อไปและขอท่านพระอาจารย์โปรดอโหสิกรรม ยกโทษให้แก่กระผมด้วยเถิด”
หลวงปู่อ่อน ญาณสิริ ยิ้มรับด้วยความเมตตายิ่ง ท่านได้พูดกับโจรกลับใจพร้อมกับกล่าวตักเตือนดุจบิดาตักเตือนบุตร ด้วยความอ่อนโยนว่า “เธอได้สำนึกผิด เพราะความหลงผิดของเธอได้แล้วนั้น นับได้ว่า เธอยังเป็นบุคคลที่มีบุญมีวาสนาอยู่บ้าง เราจะขออวยพรให้เธอจงสำเร็จผลดังตั้งใจไว้นะเธอจงจำไว้นะ ผู้มีธรรมะของพระพุทธเจ้าอยู่กับจิตใจ อยู่กับตัว ดีกว่ามีทรัพย์สมบัติอื่นๆ ในโลก...”

Add comment


Security code
Refresh