ปฏิบัติธรรมให้เห็นธรรม

  1. ธรรมครูอาจารย์
  2. นิทานอิงธรรมะ
  3. ธรรมะหลวงปู่ฤาษีลิงดำ
  4. บทสวดมนต์
next
prev

ค้นหาข้อความ

.. ถ้าพระไม่มีพระวินัย ๒๒๗ ข้อแล้ว เราก็ไม่รู้จะกราบใคร วินัยไม่สมบูรณ์ กรรมฐานก็ไม่บริสุทธิ์ เมื่อกรรมฐานไม่บริสุทธิ์ ปัญญาก็หมองเศร้า ฆราวาสก็เหมือนกัน พวกเธอก็เหมือนกัน ถ้าศีลไม่สะอาดบริสุทธิ์ สมาธิก็หมองเศร้า ปัญญาก็หมองเศร้าไปตาม ศีลจึงเป็นข้อบทอันแรก เธอทั้งหลายควรศึกษาเรื่องศีลให้มากที่สุด เหมือนเธอแสวงหากรรมฐานตามวัด สำนักต่าง​ ๆ แต่ไม่มีใครแสวงหาศีลซักคน เธอว่าจริงมั้ยล่ะ ไม่มีใครรู้สึกว่าศีลสำคัญ ไม่มีใครแสวงหาศีลว่าที่ไหนอธิบายเรื่องศีลละเอียดละออ ไม่เคยนั่งสมาธิกำหนดว่าศีลข้อนั้นทำไมถึงห้าม ไม่เคยไปวิตกวิจารในศีล ไม่ยกศีลข้อนั้นมาเรียกว่าวิตก ไม่คลี่คลายศีลข้อนั้นเรียกว่าวิจาร วิตกเป็นสมถะ วิจารเป็นวิปัสสนา เป็นปัญญา
.

มีแต่คนวิ่งไปหาสำนักปฏิบัติ ที่นู่นสอนกรรมฐาน ที่นี่สอนกรรมฐาน กรรมฐานนู้น กรรมฐานนี้ เมื่อเราเปลือยกายเปลือยเปล่าจะเข้าไปสู่สังคมนั้นอย่างไร เมื่อเข้าไปสู่สังคมนั้นย่อมเก้อเขิน ไม่มีใครมีสมาธิที่เป็นสัมมาสมาธิ ถ้าตัวเองไม่รู้จักว่าศีลรักษาอย่างไร ศีลมีคุณสมบัติอย่างไร ศีลปฏิบัติอย่างไรถึงเจริญ เริ่มแรกเป็นสุตมยปัญญา การฟัง การหาข้อมูล ต่อมาขั้นที่สองเรียกว่า จินตามยปัญญา คือปัญญาขั้นคิดนึก คิดนึกใคร่ครวญ ไม่ต้องสนใจความจำหรือว่าสุตมยปัญญา คิดใคร่ครวญของเราเอง เมื่อคิดใคร่ครวญแล้วให้หยุด เรียกว่า ภาวนามยปัญญา หยุดนิ่งให้มันสงบ หลังจากนั้นแล้วปัญญามันจะเริ่มเข้าใจขึ้นว่าศีลเป็นลักษณะอย่างนั้น​ ๆ เมื่อศีลของเราไม่บริสุทธิ์ ทานของเราก็ไม่บริสุทธิ์ เมื่อเรามีร่างกายเปลือยเปล่าไม่พอแถมยังมีความสกปรกติดตามร่างกายอีก ไปสู่สังคมไหนไม่ใช่แค่เขารังเกียจอย่างเดียว คือเข้ากับเขาไม่ได้ด้วย
.

ทานเป็นของดีคือ ทานัง สัคคะโสปาณัง ทานเป็นบันไดให้ไปสู่สวรรค์ สัคคะแปลว่า สวรรค์ แต่ถ้าเราไปเราเข้าบ้านแล้วตัวเราเปื้อนขี้โคลน เสื้อผ้าก็เปรอะเหม็นกลิ่นอับกลิ่นชื้นแล้วไปนอนที่นอนอันสะอาด ห่มผ้าห่มอันสะอาดแล้ว มีกลิ่นหอมละมุนละมัย บ้านก็มีความสะอาดสะอ้าน เราเข้าไปอยู่เราจะรู้สึกอย่างไรบ้าง ถ้าเราคิดอย่างนั้น คนอื่นเขาจะมองอย่างไรบ้างเมื่อเราเข้าไปในบ้านหลังนั้น ไปใช้สอยสิ่งของต่าง​ ๆ ถ้าเราออกจากบ้านไปคนอื่นมาใช้สอยต่อจะรู้สึกอย่างไร นั่นแหละคือสังคมหมู่นักปฏิบัติ สังคมหมู่นักปฏิบัติอันแรกเลยเขาดูศีลกันก่อน อย่างพระนี่เขาดูศีล ดูข้อวัตรก่อน ข้อวัตรงดงามมั้ย การประพฤติปฏิบัติตนงดงามมั้ย เป็นที่ยอมรับแก่หมู่คณะมั้ย ถ้ายอมรับเขาก็จะบอกต่อ​ ๆ กันไป แล้วก็จะมาหามาสู่ มาเอาข้อวัตรกัน แล้วก็เริ่มต่อจากกรรมฐานต่อไปตามขั้น ข้อวัตรก็คือศีลนั่นเอง ศีลจึงเป็นสิ่งสำคัญมากทีเดียว
.

ฉะนั้นเราควรจะทำความเข้าใจเรื่องศีล แต่อย่าตรงตำราเกินไป เพราะตำรามันดิ้นไม่ได้ ตำราที่เขียนไว้มันดิ้นไม่ได้ แต่ถ้าเราภาวนาแล้วมันรู้วิธีการรักษาที่ถูกต้องถูกทางอย่างนี้ เพื่อเป็นการหลีกเลี่ยงไม่ให้เรามีความสกปรกทางด้านข้อวัตร ทางด้านศีลธรรม เพราะไม่อย่างนั้นเราภาวนามันก็จะเป็นด่าง​ ๆ ทะลุ มันก็เป็นมิจฉาสมาธิอยู่ดี ถึงแม้ปฏิบัติตามแบบสัมมาสมาธิ คนไม่มีศีลมันจะมีทิฐิ มันจะมีความทะนงตน มันจะมีความถือตัว แม้คนมีศีลแล้วยังไม่รู้จักศีลที่ถูกต้องก็จะมีความทะนงตัว ถือตน เรียกว่าทิฐิ ๙ ประการ จะมีอยู่ในบุคคลที่ยังไม่รู้จักคำว่าศีลที่แท้จริง อย่างเช่นบางคน พระมหาเปรียญเรียนธรรมเรียนอภิธรรมคัมภีร์ ตำราตามคำภีร์ เข้าใจตามตำราคัมภีร์ ทิฐิ ๙ ประการจะเข้าสิ่งจิตบุคคลผู้นั้น มีความเข้าใจลึกซึ้ง อ่านตำราแล้วเกิดความเข้าใจทั้งหมด ทิฐิทั้ง ๙ ประการจะสิงบุคคลผู้นั้น ผู้รู้ในสิ่งที่เรียกว่าวิชานั้น ผู้รู้นั้นก็ต้องไม่หลงด้วย แม้วิชาที่ทำให้รู้ก็ไม่หลงในวิชานั้นด้วย ความไม่หลงไม่ใช่แค่คิดแค่นึกเท่านั้น ...”

หลวงพ่อเพชร วชิรมโน_กับบ้านเทวธรรม